5 ขั้นตอนเขียน Content อย่างไรให้แซ่บโดนใจลูกค้า


5 ขั้นตอนเขียน Content อย่างไรให้แซ่บโดนใจลูกค้า
5 ขั้นตอนเขียน Content อย่างไรให้แซ่บโดนใจลูกค้า

Date

1.ต้องรู้ก่อนว่าผู้อ่านบทความเราเป็นใคร
อย่างแรกเลยทีเดียวเราต้องรู้ว่าลูกค้าหรือคนอ่านบทความของเราเป็นใคร ผมยกตัวอย่างหากเราเปิดร้านส้มตำไก่ย่าง เราก็ต้องรู้ว่าลูกค้าเราเป็นใครใช่ไหมหละ รู้ว่าเขาชอบรสชาติแบบไหน ตำไทย ตำปูปลาร้า ฯ
มันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าดูนักที่หากเรานำร้านส้มตำแบบเพิงข้างทางไปวางบนห้างสยามพารากอน หรือจัดแต่งร้านหรูแบบสยามพารากอนไปเปิดแถวโรงงานย่านสมุทรสาครฯ

มันเป็นเรื่องเดียวกันครับ “อาหาร” กับ “บทความ” ต้องวางให้ถูกที่เสริฟให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แล้วจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร นี่แหละครับคือสิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือ “กำหนดกลุ่มลูกค้า” ให้ชัดเจนก่อนที่จะลงมือทำสูตรอาหาร ลงมือเขียนบทความ
2.กำหนดหัวข้อบทความให้กระตุกสายตา กระชากอารมณ์
คราวนี้มาเปิดดูเมนูอาหารกันครับ เอาร้านส้มตำนี่แหละ เมนูเขียนว่า “ส้มตำปลาร้า” กับ “ส้มตำปลาร้าไฮโซ” ,”ส้มตำปลาร้าโลโซ” อย่างไหนทำให้เราสะดุดตาและอยากลองชิมมากกว่ากันครับ
ผมว่าหลายคนอยากรู้ว่า ไอ้เจ้า “ส้มตำปลาร้าไฮโซ” หรือ “ส้มตำปลาร้าโลโซ” นี่น่าตามันเป็นอย่างไร รสชาติมันจะเป็นอย่างไร
เช่นครับการตั้งหัวข้อของบทความมันก็ต้อง สะดุดตา สร้างความน่าสนใจ ชวนสงสัย อยากติดตาม อยากลอง อยากอ่าน อยากรู้อยากเห็นว่ามันเป็นอย่างไร
3.เนื้อหาบทความที่เขียนตรงกับหัวข้อที่ตั้งไว้
เอาหละคราวนี้คุณลองสั่ง ส้มตำปลาร้าไฮโซ มาลองทาน แต่ปรากฏว่าเมื่อพนักงานมาเสริฟกลับกลายเป็น มีส้มตำอยู่นิดเดียว จัดตกแต่งจานก็ธรรมดามาก ไม่ได้มีความ ไฮโซ เหมือนกับที่เขียนไว้ ท่านจะรู้สึกเช่นไร….แมร่งไม่ได้เรื่องเลยหวะ กรูไม่น่าสั่ง !!! (นี่ผมแอบรำพึงในใจนะครับ หวังว่าคงไม่มีใครได้ยิน)
ผมคิดว่าหลายคนคงเจอเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกันในการเห็นบทความบนหน้าเว็บหัวข้อน่าสนใจมาก แต่พอเปิดเข้าไปไม่มีอะไรเลย ข้อความอะไรก็ไม่รู้ไม่ได้เป็นสาระ ที่เหลือก็เป็นโฆษณาเสียส่วนใหญ่….ผมนี่เสียอารมณ์เลย
ลองคิดถึงใจเขาใจเรานะครับ เมนูน่าสนใจ เนื้อในต้องน่าสนใจยิ่งกว่าครับ !!! ไม่ใช่หัวข้อล่อใจ แต่พอเปิดเข้าไปมีแต่เรื่องไร้สาระ
4.กำหนดเป้าหมาย วัดการแชร์ คาดคะเนคำ Comment และจำนวน Like
เราต้องถอดความคิดตัวเองออกเวลาเขียนเสร็จ แล้วลองคิดดูสิว่า บทความที่เราเขียนนั้น เมื่อเราอ่านแล้วเราจะกด Like ไหม แล้วเราจะแชร์บอกเพื่อนหรือเปล่า สุดท้ายเราจะคอมเมนต์บทความนี้หรือไม่
หากเราทำมาดีตั้งแต่ต้นมันก็เหมือนกับ “ส้มตำปลาร้าไฮโซ” ที่ผมยกเป็นตัวอย่าง เราทานแล้วอร่อยก็อยากบอกต่อให้เพื่อนมาทาน ชวนเพื่อนมาทาน เราเองก็กลับมาทานอีก
สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจยุคสมัยนี้คือทำอย่างไรให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก โจทย์ยากหากเราไม่วางแผนครับ จุดไหนที่เราอยากให้เขาบอกต่อ บอกต่อด้วยเหตุผลอะไร ทุกอย่างต้องคิดครับ !!!
5.อย่าลืมเรื่อง SEO เพื่อทำให้ติดอันดับ google ในบทความของเรา
2 ข้อท้ายนี้เป็นส่วนเสริมความแซ่บนะครับ ไหน ๆ เราจะสร้างบทความหรือ Content ขึ้นมาแล้วอย่าหวังแค่เพียงว่าเขาจะ Like จะแชร์ หรือ Comment สิ่งหนึ่งที่ต้องวางแผนเผื่อคือ การติดอันดับดี ๆ บทหน้า google ด้วยคำค้นหาที่ลูกค้าเราต้องการ
ยกตัวอย่าง หากเราทำร้านขายส้มตำปลาร้าไฮโซ ร้านตั้งอยู่แถวรามอินทรา หลักพื้นฐานในการเขียน Content ก็คือ หัวข้อบทความของเราก็ต้องมีคำว่า “ส้มตำ” และคำว่า “รามอินทรา” อยู่ในหัวข้อบทความเรา ถามว่าทำไม
ก็ลองคิดดูสิครับว่า หากใครจะกินส้มตำ แถวรามอินทรา เขาก็ต้องหา “ร้านส้มตำรามอินทรา” ใช่ไหม คงไม่มีใครค้นหา “ร้านส้มตำพระราม 2” เพื่อที่จะมากินที่รามอินทรา ว่าไหม ?
ส่วนต่อไปในเนื้อหาบทความก็ต้อง มีคำว่า ส้มตำ รามอินทรา อยู่ในเนื้อหา ด้วยครับ สัก 3-5 คำเป็นอย่างน้อย หลักการเบื้องต้นประมาณนี้
เราทำอย่างนี้บ่อย ๆ ในเว็บไซต์ของเรา หรือ ในแฟนเพจ (ส่วนที่เป็น Note) เราก็จะยิ่งทำให้ร้านค้าของเรามีโอกาสติดอันดับดี ๆ บน google แถมยังได้รับการแชร์การ Like อีกต่างหากไหน ๆ จะเหนื่อยทั้งทีก็เหนื่อยให้คุ้มค่า !!!
สิ่งที่เราพยายามทำอยู่นี้ บทความที่เราเขียน Content ที่เราสร้างท้ายสุดมันต้องเปลี่ยนมาเป็นยอดขายให้ได้ครับ เราทำธุรกิจไม่ได้ทำองค์กรการกุศล แม้ช่วงแรงมันจะยังไม่เห็นกำไร แต่อย่างน้อยต้องได้ทุนกลับมาบ้าง
มีความเหมือนระหว่าง สินค้าที่จับต้องได้เช่น เครื่องสำอาง ,อาหารเสริม,เสื้อผ้า เป็นต้น และสินค้าที่จับต้องไม่ได้ที่เขาเรียกกันว่า Infoproduct ,คอร์สสัมมนา ฯ นั่นคือ เราต้องสร้างความเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ในศาสตร์นั้น ๆ ครับ
บทความที่เราสื่อออกไปมันต้องใส่ความเป็นมืออาชีพของเราในธุรกิจ และต้องปิดด้วยช่องทางการการขาย ปิดด้วยการติดต่อเพื่อดำเนินการสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ได้ครับ
เราต้องการให้ลูกค้า อ่านบทความแล้ว เข้ามาปรึกษาเรา หรือ สั่งซื้อสินค้า ส่วนนี้ต้องมีครับ ผมต้องใช้คำว่า “อย่าเกรงใจ” หรือ “อาย” ที่จะบอกว่าเรามีสินค้า มีบริการอะไรนะครับ
แต่อย่าเป็นประเภทหักมุม หักมุขกันจนคนอ่านหัวคมำ บทความเรื่องหนึ่งอ่านมาแล้วโอ้โหดีเลย แต่สุดท้ายมาขายสินค้าอะไรก็ไม่รู้อีกอย่าง มันเหมือนคนโดนหลอกให้ไปฟัง MLM อะไรประมาณนั้น (อันนี้ผมเอาเรื่องจริงมาล้อเล่น)
ปิดการขาย เปิดช่องทางติดต่อในบทความ ของเราให้ได้ครับ หากเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หากเขาเชื่อว่าเราสามารถเราช่วยเขาได้เขาจะติดต่อมาหาเราครับ

PrevPrevious
NextNext

More

articles

7 เทคนิค เขียน Content ยังไงให้คนติด และขายได้

8 เทคนิคดันเพจให้ถูกค้นเจอใน Facebook

4 กลยุทธ์ การตลาดบน LINE OA ที่ SMEs ต้องรู้ !



ขอขอบคุณบทความจาก makewebeasy

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *