5วิธีสร้างเพจขายของบน Facebook เพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ (วิธีสร้าง facebook page)


5วิธีสร้างเพจขายของบน Facebook เพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ (วิธีสร้าง facebook page)
5วิธีสร้างเพจขายของบน Facebook เพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ (วิธีสร้าง facebook page)

Date

ร้านค้าไหนอยากทำเพจให้ขายดี หรือใครที่มีเพจร้านค้าบน Facebook อยู่แล้วแต่อยากดันยอดขายให้ดีขึ้น ลองมาดูวิธีขายของในเฟสให้ขายดี 5 เทคนิคต่อไปนี้แล้วนำไปปรับตามกันได้เลย

1.) ตั้งชื่อเพจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

       สิ่งแรกที่ร้านค้าควรคำนึงถึงเวลาจะเปิดเพจสำหรับขายของคือการตั้งชื่อเพจให้น่าสนใจ แต่จะตั้งชื่อเพจให้ปังต้องทำยังไง ง่าย ๆ ลองทำตามหลักการต่อไปนี้

  • ต้องค้นหาง่าย: ตั้งชื่อเพจให้สามารถสะกดได้ง่าย หลีกเลี่ยงการใช้อักขระพิเศษโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาเพจเราได้ง่ายและเร็วที่สุด
  • ชื่อเพจต้องไม่ซ้ำ: ลองนึกภาพว่าเราเป็นลูกค้าแล้วกำลังจะหาร้านที่ชื่อ Happy Shop ปรากฎว่าผลการค้นหาขึ้นมาเป็น 10 แล้วลูกค้าจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนคือร้านของคุณ? ฉะนั้นร้านค้าของคุณควรมีชื่อที่แตกต่างจากเพจอื่น ๆ 
  • ควรสื่อถึงธุรกิจหรือสินค้าของร้าน: ลูกค้าหลาย ๆ ท่านเวลาต้องการซื้อสินค้าสักชิ้น อาจเริ่มจากการค้นหา Keyword สินค้าที่เขาต้องการ ดังนั้นแล้วการใส่สินค้าหรือ Keyword ทีเกี่ยวข้องจะช่วยให้ลูกค้าค้นพบร้านค้าของเราได้ง่ายขึ้น และจะเป็นการทำเพจให้ขายดีมากยิ่งขึ้น

2.) โพสต์ลงช่วงเวลาที่ผู้ติดตามเพจออนไลน์เยอะ ๆ 

       โพสต์ขายของแต่ละที ทำไม Reach และ Engagement ไม่กระเตื้องเลย? หากคุณกำลังเจอปัญหานี้ อย่าเพิ่งรีบเสียเงิน Boost โพสต์ ลองปรับช่วงเวลาในการโพสต์ขายสินค้าให้ตรงกับช่วงเวลาที่ลูกค้าที่ติดตามเพจออนไลน์อยู่มากที่สุด จะเป็นวิธีโพสต์ขายของให้คนเห็นเยอะที่สุด เราสาสามารถเช็คช่วงเวลาที่ลูกค้าของร้านออนไลน์มากที่สุดได้ง่าย ๆ โดยวิธีต่อไปนี้

  1. ไปที่เมนู ข้อมูลเชิงลึก
  2. เลือกหัวข้อ โพสต์
  3. จะพบกับกราฟแสดงช่วงเวลาที่ผู้ติดตามเพจของเราออนไลน์มากที่สุดในแต่ละวัน ร้านค้าสามารถนำข้อมูลเชิงลึกตรงนี้ไปปรับใช้กับการโพสต์ขายของ แต่ต้องระวังเวลาที่แสดงในกราฟนั้นเป็นเวลามาตรฐานโซนแปซิฟิค ร้านค้าต้องปรับให้เป็นเวลาท้องถิ่นไทยโดยนำเวลาโซนแปซิฟิคมาบวก 15 ชั่วโมง ก็จะกลายเป็นเวลามาตรฐานไทย

3.) ใช้ Cover Photo ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

       ภาพ Cover Photo ของเพจก็สำคัญไม่แพ้โพสต์ เพราะเวลาลูกค้ากดเยี่ยมชมเพจของเรา สิ่งแรกที่ทุกคนจะเห็นคือภาพ Cover Photo ร้านค้าจึงควรใช้งานพื้นที่ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยอาจใช้ภาพในการทำ Branding ให้ร้านค้าเป็นที่รู้จัก หรือใช้แจ้งโปรโมชั่น โฆษณาสินค้าใหม่ หรือแคมเปญใหม่เป็นต้น 

       นอกจากนี้ร้านค้าควรออกแบบไซส์ภาพ Cover ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้รายละเอียดสำคัญของภาพถูกตัดทอน โดยขนาดภาพที่แนะนำสำหรับ Facebook Cover คือ 820 pixels x 462 pixels

4.) ใส่ปุ่ม Call to Action (CTA) 

       ร้านค้าสามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมระหว่างร้านค้ากับลูกค้าได้โดยการเพิ่มปุ่ม Call to Action ปุ่ม Call-to-Action คือ ปุ่มหรือป้าย Banner ที่มีการฝัง Link ของหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการไว้ เมื่อลูกค้าคลิกปุ่มดังกล่าวแล้วก็จะพาผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่ตั้งค่าไว้ หรืออาจะเป็นหน้า Facebook Messenger 

ตัวอย่างของ Call-to-Action มีให้เลือกด้วยกันหลายแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น 

  • Sign Up (สมัคร)
  • Message (ส่งข้อความ)
  • Download the App (ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น)
  • Buy Now (ซื้อเลย)
  • Order Yours (สั่งเพื่อเป็นเจ้าของ)
  • Book Now(จองเลย)

5.) เล่นกับกระแส

       การเล่นกับสิ่งที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโลกออนไลน์สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าของเรามากขึ้น นอกจากนีั้ หากโพสต์ของร้านค้าสามารถเรียกความสนใจได้มากก็จะกระตุ้นให้เกิดการแชร์ในโลกโซเชียล ซึ่งเป็นการเพิ่มการมองเห็นให้กับแบรนด์หรือร้านค้าได้มากโดยที่ไม่ต้องเสียเงินยิงโฆษณาออนไลน์เลยสักบาทเดียว ตัวอย่างร้านค้าที่ใช้วิธิเล่นกับกระแสและประสบความสำเร็จมากคือ ร้านบิ๊กเต้ – Big Te Shop ร้านค้านีัเป็นร้านค้าโชว์ห่วยเล็ก ๆ ธรรมดาแถวย่านรังสิต แต่กลับเป็นที่รู้จักกันอย่างมากบนโลกโซเชียลจนมีผู้ติดตามเพจกว่า 71,623 คน เพราะการโพสต์ขายของที่ทันกับกระแสข่าวปัจจุบัน ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนกันไปอุดหนุนและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ 

พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของผ่านเพจ Facebook สามารถลองนำเทคนิคทั้ง 5 ข้อนี้ไปลองปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสมเลย รับรองว่าจะเห็นได้ถึงความแตกต่างเลยทีเดียว ส่วนใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการการขายออนไลน์ให้เป็นเรื่องง่าย ปรึกษา ZORT ได้เลยวันนี้ เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาการจัดการออเดอร์และสต๊อกสินค้ากับคุณ

PrevPrevious
NextNext

More

articles

7 เทคนิค เขียน Content ยังไงให้คนติด และขายได้

8 เทคนิคดันเพจให้ถูกค้นเจอใน Facebook

4 กลยุทธ์ การตลาดบน LINE OA ที่ SMEs ต้องรู้ !



ขอขอบคุณบทความจาก makewebeasy

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *