เศรษฐกิจไทยปี 2020


เศรษฐกิจไทยปี 2020
เศรษฐกิจไทยปี 2020

Date

เศรษฐกิจไทยปี 2020 และการปฎิรูปการศึกษา

เศรษฐกิจไทยแก้ยากเพราะว่าติดปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจปี 2563 จะซบเซาต่อเนื่องจากปี 2562 เนื่องจากการส่งออกของไทยยังไม่เพิ่มขึ้นโรคติดต่อไวรัสโคโรนา (Corona Virus) ทำให้นักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะดีขึ้นกลับแย่ลงไปอีกเพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนจะลดลง นอกจากไวรัสโคโรนาแล้วการที่ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า (หรือพูดกันง่ายๆว่าแข็งค่าที่สุดในโลก)มีผลทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวหดตัว

ผลกระทบทางลบกับเศรษฐกิจไทยอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา น้ำมันปาล์ม อ้อย น้ำตาล มีราคาลดลง ทำให้รายได้ของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยลดลง อำนาจซื้อลดลง การผลิตของผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรม ยังไม่ได้ผลิตเต็มกำลังความสามารถ (Full Capacity) เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศ (Domestic Demand) และอุปสงค์จากต่างประเทศไม่เพิ่มขึ้น การที่โรงงานอุตสาหกรรมผลิตเพียง 60% ของกำลังการผลิต มีผลทำให้การลงทุนของภาคเอกชน (Private Investment) ไม่เพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาสมการ GDP (Gross Domestic Product) หรือ มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย 

C = การบริโภคของภาคเอกชน

I = การลงทุนของภาคเอกชน

G = การใช้จ่ายของรัฐบาล

X = มูลค่าการส่งออก

M = มูลค่าการนำเข้า

GDP = C + I + G + X – M

จะเห็นได้ว่า C , I , และ X ลดลงสำหรับ G คือ การใช้จ่ายของรัฐบาล ขณะนี้เกิดปัญหาการนำงบประมาณรายจ่ายปี 2563 มาใช้ อาจจะต้องล่าช้าออกไปอีก เนื่องจาก ส.ส. มีการเสียบบัตรแทนกัน

โดยปกติแล้วการที่ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) เกินดุล ดุลการชำระเงินเกินดุล (Surplus Balance of Payment) ควรจะเกิดในช่วงสภาวะเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง (Prosperity) แต่ในขณะนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงถดถอย (Recession) เงินบาทแข็งค่า (Appreciation) ธปท. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

นโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว โดยใช้งบประมาณ 35,000 ล้านบาท ปลุกธุรกิจ SME ทำให้ GDP ในส่วนของ SME เพิ่มขึ้น 4% มูลค่า 8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 42% ของ GDP ทั้งประเทศ SME ส่วนใหญ่จะเป็นภาคบริการ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร ค้าปลีก ค่าส่ง การผลิต ผลิตภัณฑ์อาหาร

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบ “มาตรการต่อเติม เสริมทุน SME สร้างไทย” เนื่องจากผู้ประกอบการ SME ตกอยู่ในช่วงของวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการ 2 มาตรการด้วยกันคือ มาตรการแรก คือสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 20,000 ล้านบาท ใช้เงินจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (หรือ SME Bank) ช่วยลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย (NPL) และให้สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอีก 15,000 ล้านบาท

การอัดฉีดเงิน 35,000 ล้านบาท จะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะกับ SME เท่านั้นแต่แรงงานในธุรกิจ SME จะได้ประโยชน์ไปด้วย สินเชื่อ 35,000 ล้านบาทนี้ จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ได้ประมาณ 17,600 ราย และสามารถรักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 101,000 คนสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 320,600 ล้านบาท ภายในปี 2564

นอกจากนี้รัฐจำเป็นต้องผลักดันให้แต่ละภาคถูกพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษตามศักยะภาพของแต่ละพื้นที่เพื่อให้สิทธิประโยชน์ในการดึงการลงทุนเข้ามา เช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยภาคเหนือควรถูกยกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารและ Creative Economy ภาคอีสานผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว อาหาร และ Logistic Hub และเขตเศรษฐกิจภาคใต้ เป็นเมืองอัจฉริยะอีก 20 ปีเศรษฐกิจไทยและการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมฮาลาล

จากการวิเคราะห์ของนักวิชาการ TDRI อีก 20 ปี เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร ต้องพิจารณาปัจจัยถึง 7 ปัจจัยด้วยกันคือ

1. โครงสร้างประชากร

2. คุณภาพประชากร ผลักดันให้ศักยะภาพของประชากรเพิ่มขึ้น เช่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเพิ่มขึ้น

3. โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยควรจะเปลี่ยนแปลง เช่น ลดการพึ่งพาภาคเกษตร สนับสนุนภาคบริการให้มากขึ้น เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน การท่องเที่ยว การประกันภัย

4. ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศต่างๆให้มากขึ้น

5. ทิศทางของอุปสงค์ในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ประเทศกำลังพัฒนา จะมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นมาก ประเทศไทยควรส่งสินค้าไปยังประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Economy) เช่น อินเดีย บราซิล เม็กซิโก อัฟริกาใต้ ให้มากขึ้น เมืองที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ในปี พ.ศ.2573 จะได้แก่ กรุงนิวเดลี เซี่ยงไฮ้ กรุงไคโร กรุงเม็กซิโกซิตี้ เมืองเซาเปาโล (บราซิล) สินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของชนชั้นกลางจะได้แก่ การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนี่ยม การบริโภคอาหารจานด่วนหรืออาหารสำเร็จรูป ฟิตเนสเพื่อดูแลสุขภาพ

6. เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะกระทบทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ

7. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต้องเพียงพอกับความต้องการ เช่น รถไฟความเร็วสูง สนามบิน

การปฎิรูปการศึกษาของไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนเป็นอย่างมาก เนื่องจากประสิทธิผลทางการศึกษาของไทย จากตัวเลขการชี้วัดต่างๆสะท้อนปัญหาการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยยังด้อยกว่าประเทศอื่น การปฎิรูปการศึกษาของไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 หรือ 20 ปีมาแล้ว เน้นการกระจายอำนาจการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ลดหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการให้น้อยลงจาก 14 กรมให้เหลือ 5 องค์กรหลัก การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ อาทิ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ แต่การปฎิรูปการศึกษาเมื่อปี 2542 ไม่ประสบความสำเร็จ จึงมีการปฎิรูปการศึกษาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.2552-2561 มีกรอบแนวคิด 4 ประการ

1. พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่

2. พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่

3. พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้

4. พัฒนาคุณภาพการบริการจัดการ

ล่าสุดมีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษาแก้ปัญหาหลักทางการศึกษาของไทย 4 ด้านคือ

1. ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา

2. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

3. มุ่งความเป็นเลิศและสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทย

4. ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร

ถึงแม้จะมีการปฎิรูปการศึกษา แต่ไม่ประสบความสำเร็จแต่ยังมีปัญหาเรื้อรังที่ยังแก้ไขไม่ได้ เช่น ปัญหาครูผู้สอน คุณภาพการเรียนรู้ ของผู้เรียนที่ตกต่ำ สะท้อนจากคะแนนการทดสอบไม่ว่าจะเป็น O-NET หรือ PISA ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างโรงเรียนขนาดเล็ก กับ โรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีความแตกต่างกันในการเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษา ที่สำคัญคือ ทำอย่างไรจึงจะส่งเสริมให้เด็กได้เรียนและพัฒนาความสามารถได้อย่างแท้จริง ทำอย่างไร ครู และ ผู้ปกครองจะเห็นศักยภาพของเด็ก และส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ทางกระทรวงศึกษาธิการ พบว่าโรงเรียนที่มีครูที่มีวิทยฐานะสูง (ซี8) 80% ของทั้งโรงเรียน กับบางโรงเรียนที่มีครูระดับสูงเพียง 10% ปรากฎว่าผลคะแนน O-NET ของเด็กอยู่ในระดับที่เท่าๆกัน แสดงว่าวิทยะฐานะของครูไม่ส่งผลต่อผลสอบของเด็ก ทำอย่างไรถึงจะทำให้ทั้งสองอย่าง Win – Win วิทยะฐานะของครูสูงขึ้นและทำให้ผลคะแนน O-NET ของเด็กดีขึ้นด้วย

การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการพัฒนาคนและพัฒนาชาติ หน่วยงานการศึกษาควรแยกออกจากการเมือง การปฎิรูปการศึกษาเป็นการเดินทางระยะยาวไม่ใช่การใช้ระยะเวลาสั้นๆแล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ การแก้ไขปัญหาจะต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 20 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยมีการปฎิรูปการศึกษา แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

PrevPrevious
NextNext

More

articles

ขั้นตอน VIDEO PRODUCTION ที่มือใหม่ต้องรู้

3 จุดเปลี่ยนโลกดิจิทัลด้วย โปรแกรม Chatbot

7 เทคนิค เขียน Content ยังไงให้คนติด และขายได้



ขอขอบคุณบทความจาก makewebeasy

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *