การตลาดแบบดิจิทัล เหมาะกับธุรกิจแบบไหนและมันทำงานอย่างไร !!!

การตลาดแบบดิจิทัล เป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ หรือ แบรนด์โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ internet นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งข้อความ การส่งข้อความทันที video podcast ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ โทรทัศน์ดิจิตอล และสถานีวิทยุ ฯลฯ ใช้หลายช่องทาง และเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรวิเคราะห์เนื้อหาและกลยุทธ์แคมเปญเพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรทำงานอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าใครควรใช้การตลาดดิจิทัล ?

จากการปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับข้อเสนอส่วนบุคคลไปจนถึงการจัดการความสัมพันธ์ข้ามช่องทาง บริษัท ต่างๆในทุกอุตสาหกรรมกำลังใช้ การตลาดแบบดิจิทัล เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าและการย้ายลูกค้าไปตามวงจรการซื้อ

👉 ธุรกิจค้าปลีก 👈

การตลาดแบบดิจิทัล

ผู้ค้าปลีกใช้การตลาดดิจิทัลเพื่อดูว่าลูกค้าของพวกเขาคือใครและเข้าใจรูปแบบการซื้อของพวกเขาแบบเรียลไทม์ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งนี้ทำให้ผู้ค้าปลีกสามารถนำเสนอประสบการณ์การช็อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นสำหรับลูกค้าแต่ละรายซึ่งช่วยปรับปรุงความภักดีของลูกค้าและยอดขาย

👉 โทรคมนาคม 👈

การตลาดแบบดิจิทัล

ในอุตสาหกรรมการสื่อสารการตลาดดิจิทัลกำลังช่วย บริษัท ต่างๆในการจัดกลุ่มและจัดทำข้อความทางการตลาดอัตโนมัติเช่นเดียวกับการวิเคราะห์การสนทนาทางโซเชียลมีเดียและการถอดเสียงจากคอลเซ็นเตอร์เพื่อสร้างข้อเสนอที่เกี่ยวข้องและปรับแต่งเองที่จะช่วยลดต้นทุน

👉 ธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง 👈

การตลาดแบบดิจิทัล

ธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ไม่มีแผนกการตลาดขนาดใหญ่หรืองบประมาณกำลังใช้การตลาดดิจิทัลเพื่อจัดการและทำให้แคมเปญเป็นอัตโนมัติประเมินผลสิ่งที่ใช้ได้อย่างรวดเร็วและทำการปรับปรุงได้อย่างง่ายดาย

👉 ธนาคาร 👈

การตลาดแบบดิจิทัล

เมื่อธนาคารขยายสาขาของอิฐและปูนและเพิ่มการลงทุนในแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือการตลาดดิจิทัลจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสนทนาแบบตัวต่อตัว ด้วยกลุ่มที่มีการกำหนดเป้าหมายสูงและข้อเสนอส่วนบุคคลธนาคารจะเห็นอัตราการตอบสนองที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและการสร้างโอกาสในการขาย

👉 กีฬา 👈

การตลาดแบบดิจิทัล

ทีมกีฬาใช้การตลาดดิจิทัลเพื่อเพิ่มรายได้โดยการตรวจสอบสัมปทานการขายสินค้าและตั๋วสำหรับทุกเหตุการณ์และใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่ออัพเดตการตลาดและกลยุทธ์การส่งเสริมการขายได้ทันที

👉 ภาครัฐ 👈

การตลาดแบบดิจิทัล

หน่วยงานภาครัฐใช้การตลาดดิจิทัลเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของประชาชนให้ดีขึ้นอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและระบุกลุ่มที่น่าสนใจในโครงการและบริการสาธารณะ

การตลาดดิจิทัลทำงานอย่างไร

การตลาดดิจิทัลและช่องทางที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญ แต่ไม่รวมอยู่ในการยกเว้นทั้งหมด การรู้จักลูกค้าของคุณไม่เพียงพอ คุณต้องรู้จักพวกเขาดีกว่าคนอื่นดังนั้นคุณจึงสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้เมื่อใดและอย่างไรพวกเขาจึงเปิดกว้างต่อข้อความของคุณมากที่สุด
ในการทำเช่นนั้นคุณต้องมีมุมมองแบบรวมของการตั้งค่าและความคาดหวังของลูกค้าในทุกช่องทางเว็บโซเชียลมีเดียมือถือจดหมายตรงจุดขาย ฯลฯ ผู้ค้าปลีกทำได้โดยใช้ การวิเคราะห์การค้าปลีก omnichannel นักการตลาดสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อสร้างและคาดการณ์ประสบการณ์ของลูกค้าที่มีการประสานงานอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องซึ่งจะนำพาลูกค้าไปสู่วงจรการซื้อ ยิ่งคุณมีความเข้าใจลูกค้า คนมากขึ้น เกี่ยวกับพฤติกรรมและความชอบคุณก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในการโต้ตอบที่มีกำไรมากขึ้น

Social Media Marketing


โซเชียลมีเดียจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักและขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในเว็บไซต์ของ Google ซึ่งข้อดีของการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย คือ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทันใจ และช่วยในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการบอกต่อในหมู่มาก ได้อย่างง่ายดาย ช่องทางที่สามารถใช้ในการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย ได้แก่

  • Facebook
  • Twitter
  • Instagram
  • Snapchat
  • Pinterest
  • Google+
  • LinkedIn


Content Marketing


เนื้อหากลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญสูงสุดสำหรับการผลิตสื่อออนไลน์ในยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน จากคำกล่าวที่ว่า “Content is King” บ่งบอกได้ถึงคุณค่าของการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเว็บไซต์ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยวิธีการสร้างและแจกจ่ายเนื้อหาที่มี “คุณค่า” ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายกลับมาสร้างรายได้ให้เรา ช่องทางที่มีส่วนช่วยในการตลาดด้วยการใช้เนื้อหา ได้แก่

  • บล็อกโพสต์ (Blogs)
  • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์และบทความข้อเสนอแนะ
  • Infographics
  • โบรชัวร์ออนไลน์และลุคบุ๊ค


Search Engine Optimization


การใช้เนื้อหาในการทำการตลาดสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการค้นหาผ่านSEO ได้ และทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในหน้าของการค้นหาซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ซึ่งช่องทางที่จะได้รับประโยชน์จากการค้นหา SEO ได้แก่

  • Websites
  • Blogs
  • Infographics

Search Engine Marketing


เป็นรูปแบบการทำการตลาดออนไลน์บนหน้าแสดงผลการค้นหา (Search Result Page) อาทิ Google, Yahoo!, Bing, Baidu เป็นต้น โดยการทำโปรโมชั่นกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ใช้งาน Search Engine เพื่อให้รู้จักเว็บไซต์ สินค้า หรือบริการของคุณ และนำมาซึ่งยอดผู้ใช้เว็บไซต์และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการให้มากยิ่งขึ้นซึ่งใช้ PPC (Pay Per Click) ในการลงโฆษณาบนหน้าแสดงผลการค้นหา โดยที่คิดค่าใช้จ่ายจากการคลิกตัวข้อความโฆษณา แม้ว่าโฆษณาจะแสดงขึ้นมา แต่หากไม่มีการคลิกเกิดขึ้น ก็จะไม่เสียเงินในการลงโฆษณาแต่อย่างใด ระบบโฆษณาแบบPPCที่เป็นที่นิยมทั่วโลก ได้แก่

  • โฆษณาแบบชำระเงินบน Facebook
  • การโปรโมทผ่าน Twitter
  • ข้อความผ่าน LinkedIn

Affiliate Marketing


เป็นการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตรูปแบบใหม่ โดยอาศัยตัวแทนโฆษณา, เซลล์แมน, ตัวแทนจำหน่าย, คนเชียร์สินค้า, รวมถึงผู้รีวิวสินค้า โดยได้รับผลตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชั่นจากเจ้าของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบันใครๆก็สามารถเป็นผู้ช่วยขายสินค้าได้ เพราะการทำ Affiliate นั้นง่ายมาก เพียงแค่ช่วยโปรโมทสินค้าบนเว็บไซต์ หรือทาง Social Media ของตัวคุณเองเช่น

  • แชร์ผ่านFacebook, Instagram
  • แชร์โฆษณาวิดีโอผ่านทางYoutube


Email Marketing


ในยุคปัจจุบันบริษัทต่างๆได้ทำการตลาดผ่านทาง email เพื่อเป็นการแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือส่วนลดพิเศษแก่สมาชิกหรือลูกค้าของบริษัท ตลอดจนเป็นการนำผู้ใช้ email ไปยังเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งประเภทของ email ที่ส่งไปอาจเป็นการนำเสนอในรูปแบบ

  • email ข้อมูลข่าวสาร
  • email ติดตามผู้เข้าชมและดาวน์โหลดข่าวสารบนเว็บไซต์
  • email ต้อนรับลูกค้าใหม่
  • โปรโมชั่นวันหยุดสำหรับสมาชิก


Online PR


ประชาสัมพันธ์ออนไลน์ คือการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง โดยนำเสนอข่าวสารได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ กราฟิก ผ่านทางบล็อกและเว็บไซต์ คล้ายกับการประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิม แต่ทำในพื้นที่ออนไลน์ เชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อย่างไร้พรมแดน ทุกสถานการณ์ ทุกเวลา ทุกสถานที่ ในช่วงเวลาพร้อมๆ กัน ได้แก่

  • รีวิวออนไลน์เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
  • ความคิดเห็นบนเว็บไซต์ส่วนตัวหรือบล็อก

สิ่งสำคัญของ การตลาดแบบดิจิทัล ต้องจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ซับซ้อนผ่านช่องทางที่หลากหลายทั้งแบบดิจิทัลและแบบดั้งเดิม เพื่อตอบสนองและเริ่มการโต้ตอบกับลูกค้าแบบไดนามิกและดึงค่าจากข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้นเร็วขึ้น

อ่านบทความอื่นที่เกี่ยวข้องที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *